ถึงเวลาใส่ใจก่อนสายไป เมื่อวัยทำงานยังไม่ปวดเข่าแต่ต้องระวังข้อเข่าเสื่อม
การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยแทบไม่ได้ขยับร่างกายอาจดูเป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้ แต่ใครจะรู้ว่าโครงสร้างกระดูกและข้อต่อภายในกำลังสึกหรอทีละน้อยโดยไม่มีสัญญาณเตือน ความเชื่อที่ว่าอาการปวดข้อเป็นเรื่องของวัยสูงอายุเท่านั้นทำให้หลายคนละเลยการดูแลตัวเอง จนกระทั่งความเสียหายสะสมมากเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน การทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาอิสระในการเคลื่อนไหวไปจนถึงวัยเกษียณโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลมหาศาลหรือปัญหาการใช้ชีวิตประจำวัน
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่มีผลต่อสุขภาพข้อต่อโดยตรง
ชีวิตการทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่อสุขภาพกายโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมบางอย่างที่ทำจนเป็นนิสัยกลายเป็นตัวเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของร่างกายอย่างเลี่ยงไม่ได้ การตระหนักรู้ถึงท่าทางและการใช้งานร่างกายในแต่ละวันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืดอายุของข้อต่อ
การนั่งไขว่ห้างหรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานานติดต่อกันส่งผลให้แนวข้อต่อกระดูกเกิดความไม่สมดุลและรับน้ำหนักลงมาผิดจุดจนเกิดแรงกดทับสะสม
การใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่ไม่มีซัพพอร์ตอุ้งเท้าที่ดีทำให้แรงกระแทกส่งตรงขึ้นมาถึงข้อเข่าทุกย่างก้าวที่เดินบนพื้นแข็ง
การขาดการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าทำให้ข้อต่อต้องรับภาระและแรงกระแทกทั้งหมดด้วยตัวเองโดยไม่มีกล้ามเนื้อคอยช่วยซับแรง
น้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์มาตรฐานแม้เพียงเล็กน้อยก็เพิ่มแรงกดทับบริเวณข้อเข่าได้หลายเท่าตัวในขณะเดิน วิ่ง หรือแม้แต่การลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้
การนั่งทำงานท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้ของเหลวหล่อลื่นในข้อต่อไหลเวียนไม่สะดวก เกิดความฝืดและสึกหรอได้ง่ายขึ้นตามกาลเวลา
สัญญาณเตือนเงียบๆ ก่อนที่ปัญหาจะลามปาม
ก่อนที่
ภาวะข้อเข่าเสื่อมจะแสดงอาการปวดบวมอักเสบชัดเจน ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนระดับไมโครที่หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานหนัก เสียงกรอบแกรบเบาๆ บริเวณหัวเข่าเวลาลุกขึ้นยืน ความรู้สึกตึงฝืดช่วงข้อต่อหลังจากนั่งทำงานนานๆ หรืออาการล้าที่ต้นขาเรื้อรังล้วนเป็นตัวบ่งชี้ว่าเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ตั้งแต่อายุยังน้อยช่วยให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันท่วงทีก่อนที่ผิวข้อจะสึกกร่อนจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในอนาคตอันใกล้ การปล่อยปละละเลยสัญญาณเหล่านี้อาจนำไปสู่วัฏจักรความเจ็บปวดที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง
ทางเลือกการดูแลเชิงป้องกันและการใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ
การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากความเสื่อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวและสามารถเริ่มต้นได้ทันทีผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันและการเลือกรับบริการเสริมจากมืออาชีพ ปัจจุบันมีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและคลินิกกายภาพบำบัดหลายแห่งที่เปิดให้บริการตรวจประเมินโครงสร้างร่างกายและการจัดโปรแกรมป้องกันข้อเข่าเสื่อมเชิงป้องกันสำหรับ
xxxทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนออกกำลังกายและปรับท่าทางได้อย่างแม่นยำตามหลักสรีรศาสตร์ นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารบำรุงข้อต่ออย่างสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่วันนี้ยังเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าให้อยู่คู่กับร่างกายไปอีกนานแสนนานโดยปราศจากความเจ็บปวดรบกวน